Learn with Prin เรียนรู้ไปพร้อมกับน้องปริญญ์ 🌸 @ ArenaWorld : Everything is Possible...ทุกสิ่งเป็นไปได้ !!!🌸🌸🌸 สนใจสินค้า หรือร่วมเป็นหุ้นส่วนกับเรา 🌸🌸🌸โทร ☎️ :: 082-236-4928 Line ID :: arenaworld1 , arenaworld9

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิธีแก้ลูกร้องกวนกลางคืน

วิธีแก้ลูกร้องกวนกลางคืน
 
คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเคยประสบปัญหาเจ้าตัวเล็กไม่ยอมนอน ร้องไห้งอแงตลอดทั้งคืน จนคุณพ่อคุณแม่ต้องตื่นมาผลัดกันอุ้มลูกน้อย และไม่รู้จะทำยังไงกับเจ้าตัวเล็กนี้ดีเพราะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กทารกแรกเกิด

นิสัยร้องกวนกลางคืนจะเกิดขึ้นได้กับทารกทุกวัย ถ้าเป็นเร็ว จะเริ่มตั้งแต่อายุ 2-3 อาทิตย์ เมื่อเริ่มร้องจะไม่ยอมหยุดง่าย ๆ เด็กจะออกแรงร้องจนหน้าแดง ทำให้คุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกคงเจ็บที่ไหนสักแห่ง ถึงร้องงอหายอย่างนั้น


 
ลูกร้องกวน





เมื่อลูกร้องไม่หยุด ลองอุ้มเขย่าเบา ๆ สักพักเด็กมักจะหยุดร้อง คุณย่าคุณยายาอาจห้ามไม่ให้อุ้ม บอกว่าอุ้มบ่อย ๆ เดี๋ยวจะติดมือ แต่เด็กที่ต้องอุ้มบ่อยจนถูกหาว่าติดมือนั้น ไม่ใช่เพราะอุ้มบ่อยจึงติดมือ แต่เป็นเพราะร้องบ่อย จึงต้องอุ้มต่างหาก

บางครั้งถึงจะอุ้ม เด็กก็ยังร้องไม่ยอมหยุด ถ้าเป็นเด็กโตหน่อย (อายุเกิน 1 เดือนขึ้นไป) คุณพ่อคุณแม่พาขึ้นรถยนต์ขับวนสักรอบ เด็กจะหยุดร้องอย่างน่าแปลกใจทีเดียว

ในบางกรณี เด็กอาจร้องเพราะมีแก๊สในลำไส้ ทำให้การกอาหารผ่านไม่ได้ชั่วขณะ ถ้าสวนทวารให้แล้วเด็กหยุดร้อง แสดงว่าสาเหตุที่ร้องอาจเป็นเพราะเรื่องนี้

เรารู้ว่าเด็กไม่ได้ร้องเพราะหิว เพราะเด็กที่กินเก่ง น้ำหนักเพิ่มดี ที่มีนิสัยชอบร้องกวนตอนกลางคืนก็มีไม่น้อย

จากประสบการณ์ กล่าวได้ว่า เด็กจำนวนมากที่มีนิสัยร้องกวน ตอนกลางคืนมักมีคุณแม่ที่มีการศึกษาสูง บางคนก็ว่าเป็นเพราะคุณแม่ ประเภทนี้ เมื่อลูกร้องกวนกลางคืน จะเห็นเป็นเรื่องใหญ่โตพาไปหาหมอ หมอเองมักไม่ชอบคุณแม่ที่มีการศึกษาสูง คุณแม่ประเภทนี้จะห่วงแต่เรื่องงาน จนไม่ค่อยยอมพาลูกเดินเล่น เพราะคิดว่าเสียเวลา เมื่อเด็กเที่ยวเล่นไม่พอ จะร้องกวนตอนกลางคืน

กว่าจะรู้ว่าเด็กร้องตอนกลางคืน เป็นนิสัยของเด็ก คุณพ่อคุณแม่คงเป็นห่วงว่าลูกป่วย เป็นอะไรอยู่หลายวัน สิ่งที่คุณควรทำเมื่อลูกมีนิสัยชอบร้องกวนกลางคืน คือ พาออกเดินเล่นให้มาก จัดห้องให้โปร่งและอากาศถ่ายเทสะดวก เวลาให้นมระวังอย่าให้ดูดอากาศเข้าไป หลังให้นมต้องจับเรอ ถ้าสวนทวารให้แล้วหยุดร้อง ก็สวนทวารให้ ในช่วงอากาศหนาว อย่าห่มผ้าให้มากเกินไป หรือปล่อยให้หนาวเกินไป ฤดูร้อนให้นอนหมอนน้ำแข็ง

อาการร้องตอนกลางคืนมักเป็นเรื่องของนิสัย แต่ถ้าเด็กไม่เคยร้องมาก่อนเลย พออายุได้ 3 เดือน อยู่มาวันหนึ่งเกิดเริ่มนิสัยนี้ขึ้นมา คืนแรกที่ลูกร้องมาราธอน คุณพ่อคุณแม่คงเป็นห่วงจนไม่เป็นอันนอน ถ้าเด็กไม่มีไข้ แสดงว่าไม่ได้เป็นโรคหูอักเสบหรือต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ในกรณีที่เด็กเป็นโรคลำไส้กลืนกัน หรือลำไส้ติดค้าง เด็กจะร้องงอหายเหมือนกันแต่ลักษณะการร้องจะแตกต่างกัน ถ้าเด็กร้องเป็นนิสัย เวลาร้องจะร้องติดต่อกันเรื่องไปไม่หยุด แต่ถ้าเป็นโรคลำไส้อุดตัน เด็กจะร้องแล้วหยุดเป็นช่วงๆ ประมาณช่วงละ 5 นาที และเด็กจะอาเจียนเมื่อให้นม

เมื่อเด็กเริ่มนิสัยร้องกวนกลางคืน คืนแรกคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่เห็นลูกร้องอย่างรุนแรง มักจะทนดูอยู่ไม่ไดต้องพาไปหาหมอ ภายหลังจึงทราบว่าไม่ได้ป่วยเป็นอะไร

กุมารแพทย์ฮาร์วีย์ คาร์ป (Harvey Karp) แนะนำว่า การจะทำให้เจ้าตัวเล็กหยุดร้องไห้ตอนกลางคืนให้ได้ผลนั้นต้องใช้หลัก 5 s ซึ่งเป็นหลักที่ได้รับการกล่าวขวัญอย่างมากในแวดวงฮอลลีวู้ด ในหมู่ดารานักแสดงที่มีเจ้าตัวเล็กคอยร้องขับกล่อมยามค่ำคืน พวกเค้าได้หยิบยืมหลักการเหล่านี้ไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นคุณลุงเพียร์ส บรอสนันด์,คุณป้ามาดอนนา และคุณน้าฮันเตอร์ ไทโล เป็นต้น ซึ่งต้องพบกับความแปลกใจ "โอ้...พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก"







5 วิธีหยุดหนูร้องไห้ตอนกลางคืน
 
 
 
 

1. ห่อหนูให้กระชับ (Swaddle)
 
แค่คุณแม่เอาผ้าห่มห่อตัวหนูให้อุ่น หนูก็หยุดร้องแล้ว พูดจริงๆ นะคะ อย่าลืมว่าหนูเคยอยู่ในท้องคุณแม่ และชินกับที่แคบๆ มานานหลายเดือน จู่ๆ จะให้หนูมานอนอ้างว้างข้างนอก หนูจึงยังไม่คุ้นเคย อีกทั้งตอนนี้มือเท้าของหนูก็ขยับไปมาได้แบบฟรีสไตล์แล้ว หนูจึงหวาดผวามากขึ้น แต่ถ้าคุณแม่ช่วยห่อตัวให้หนู หนูจะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเหมือนกำลังอยู่ในรกของคุณแม่ไงล่ะ แต่อ๊ะ...อ๊ะ ระวังอย่าห่อหนูจนแน่นเกินไปล่ะ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าคุณแม่ร้องไห้แทนหนูไม่รู้นา


 

2. ให้หนูนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ (Side / Stomach)


เวลาคุณพ่อคุณแม่อุ้มหนู ควรอุ้มให้อกหนูแนบเข้าหาตัวคุณพ่อคุณแม่ เพราะจะทำให้หนูรู้สึกสบายและอบอุ่นใจ อย่าอุ้มหนูแบบนอนหงายนะ ไม่งั้นหนูจะร้อง เพราะไม่มีอะไรอุ่นๆมาอยู่ตรงอกของหนู มันทำให้หนูรู้สึกไม่อบอุ่นและปลอดภัยเลย หรือหากคุณพ่อคุณแม่เมื่อยแขนแล้ว ก็ให้หนูนอนตะแคงก็ได้นะ และควรให้หนูกอดหมอนข้างด้วย เวลาหนูผวาก็ยังมีหมอนข้างอุ่นๆ อยู่ตรงอก เสมือนหนูมีอะไรกอดอยู่ตลอดเวลา มันทำให้หนูนอนสบายมากขึ้นค่ะ


 

3. กระซิบ ซือ.. ซือ.. เบาๆ ข้างๆ หูหนู (Sibilant)

ซือ.. ซือ..เป็นเสียงคล้ายๆ ตอนที่หนูอยู่ในท้องของคุณแม่ หนูจะได้ยินเสียงแบบนี้ ซึ่งทำให้หนูรู้สึกปลอดภัยคล้ายได้อยู่ในที่ที่เคยอยู่ กุมารแพทย์คาร์ปบอกไว้ว่า มันเป็นวิธีการที่ดีกว่าอุ้มหนูแบบเงียบๆ หรือเอาแต่ปลอบหนูไปเรื่อยๆ และหากคุณพ่อคุณแม่ทำเสียงไม่ได้ ก็ให้หนูฟังเสียงเครื่องดูดฝุ่นหรือเสียงเครื่องเป่าผมแทนก็ได้นะ แต่อย่าเป่ามาที่ตัวหนูล่ะ เพราะจะทำให้หนูรู้สึกร้อนจนร้องไห้มากขึ้น




4. แกว่งหนูไปมาสิ (Swinging)

คุณพ่อคุณแม่ลองอุ้มหนูแล้วแกว่งไปมาสิ พร้อมทั้งเอามือลูบหรือตบเบาๆ แล้วอย่าลืมเวลาอุ้มหนูจับคอหนูให้มั่นคงด้วยนะ เพราะคอหนูยังไม่แข็งเลย การอุ้มหนูอย่างรักใคร่ อบอุ่น มั่นคงทำให้หนูรู้สึกปลอดภัย สบายใจ หลับได้ง่าย ไม่ร้องไห้โยเย ขอแค่อย่าแกว่งหนูแรงมาก หรือหมุนตัว เพราะจะทำให้หนูเวียนหัว เลยร้องไห้ไปกันใหญ่


 

5. ให้หนูดูดนมแม่ด้วยก็ดีนะ (Sucking)
 
เมื่อหนูอยู่ในผ้าอ้อมหรือผ้าห่มที่ห่อตัวหนูเอาไว้ แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็ทำตามวิธีการถัดมาดังที่กล่าวไว้แล้ว ไม่ว่าจะขั้นตอนใดก่อนหรือหลังก็ตามจนหนูสงบลง ไม่ร้องไห้โยเย ก็อาจจะให้หนูดูดนมคุณแม่ หรือใช้หัวนมปลอมสะอาดๆ ให้หนูดูดก็ได้ แต่จะให้ดีที่สุดก็ต้องเป็นนมของคุณแม่ เพราะท่าที่คุณแม่กอดหนูแนบอก หนูจะรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในรกที่โอบอุ้มหนูไว้ ยิ่งได้เห็นหน้าของคุณแม่ หรือมือน้อยๆ ของหนูสามารถจับหน้าอกแม่ หรือลูบตัวแม่ได้ หนูจะยิ่งสงบลงได้เร็ว

หลักปฏิบัติข้างต้นนี้ช่วยให้หนูสงบลงได้ แถมยังทำให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลาพักผ่อนมากขึ้นอีกด้วย จะได้ไม่กระทบกับการทำงานของคุณพ่อคุณแม่ไงคะ

เจ้าตัวเล็กบางคนแม้นอนกลางวันได้ดี แต่พอตกกลางคืนก็ยังร้องไห้โยเยได้ อาจจะเพราะไม้คุ้นกับสภาพแวดล้อม ที่อยู่ๆ ต้องพ้นจากท้องแม่มาอยู่ในที่โล่งแจ้ง หรืออาจจะมีโรคภัยที่เค้าต้องร้องไห้เพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะเค้ายังช่วยตัวเองไม่ได้ พูดหรือบอกใครก็ไม่ได้

คุณพ่อคุณแม่จึงควรหมั่นสังเกตและทำความเข้าใจพฤติกรรมของเค้า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ต้องช่วยประคับประคองให้เค้าเข้าใจชีวิตที่เค้าจะต้องเติบโตต่อไป การมีลูกน้อยเป็นสิ่งที่นำความสุขมาให้กับหลายครอบครัว ขณะเดียวกันเค้าเองก็อยากให้คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดูอย่างเข้าใจ

คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยกันทะนุถนอมกล่อมเกลาเลี้ยงดูเค้าด้วยความรักความอบอุ่นเป็นพื้นฐาน เพื่อเค้าจะได้เจริญเติบโตอย่างมีสุขภาพกายและใจที่ดีต่อไป และอย่าเพิ่งเบื่อการร้องไห้ของลูกน้อยเลย เพราะนั่นคือการบอกความในใจของเค้า