Learn with Prin เรียนรู้ไปพร้อมกับน้องปริญญ์ �� สนใจสินค้า หรือร่วมเป็นหุ้นส่วนกับเรา ������โทร ☎️ :: 082-236-4928 Line ID ::

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ภัยเงียบ... จากแป้งฝุ่นทาตัว

ภัยเงียบ... จากแป้งฝุ่นทาตัว






ทุกครั้งหลังจากอาบน้ำให้ลูกน้อย คุณแม่ยุคก่อนจะประแป้งให้ลูก เวลาลูกมีผดผื่นเปียกชื้นก็จะประแป้ง แต่คุณแม่ยุคใหม่ปัจจุบันดูจะลดความสำคัญกับแป้งฝุ่นลงไป เพราะแพทย์ต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า "แป้งทาตัวเด็กส่วนใหญ่ไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกวัย"

รศ.ดร.ไสยวิชญ์ วรวินิต ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีแป้ง (Starch Technology) และนักเทคโนโลยีดีเด่นของมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2549 เผยว่า "แป้งฝุ่นโดยทั่วไปทำจากสารทัลคัม ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า Magnesium Silicate Hydroxide เนื่องจากหินแร่ทัลคัมไม่สามารถย่อยสลายเองได้ด้วยจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ

"หากสูดเข้าไปทีละเล็กละน้อยเป็นเวลานานๆ เกิดการสะสมในปอด โดยที่เซลล์บุผิวปอดจะดักจับแป้งไว้เป็นก้อน ทำให้มีปัญหากับการหายใจ ถ้าเป็นเด็กทารกก็อาจทำให้ปอดอักเสบ เกิดเป็นโรคเนื้องอกในปอด (Talcosis) และเสียชีวิตได้"

ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น ภัยร้ายของทัลคัมคือ เมื่อสูดดมทัลคัมเข้าไปในปอดปริมาณมาก มีผลต่อปอดทำให้เกิดอาการไอ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของภูมิแพ้ เนื่องจากแป้งทัลคัมไม่สามารถย่อยสลายได้

"นักวิทยาศาสตร์พบว่า ผู้หญิงที่ใช้แป้งกับอวัยวะเพศเพื่อลดการอับชื้น มีอัตราเสี่ยงจากการจะเป็นมะเร็งรังไข่เพิ่มขึ้น โดยอาจเป็นไปได้ที่แป้งสามารถหลงเข้าไปในร่างกายผ่านช่องคลอด มดลูก และท่อนำไข่เข้าไปสู่ช่องท้อง"

รศ.ดร.ไสยวิชญ์บอกอีกว่า เนื่องจากความไม่ปลอดภัยในการใช้แป้งทัลคัม แพทย์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้แป้งทาตัวเด็กที่มีส่วนผสมของทัลคัม และเลือกใช้แป้งที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบธรรมชาติ อาทิ แป้งข้าวโพด รวมทั้งแป้งข้าวเจ้าบริสุทธิ์ นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ไทยยังพัฒนาผลิตภัณฑ์แป้งเด็กภายใต้ชื่อแบรนด์ "ไรซ์แคร์" ซึ่งมีส่วนผสมของแป้งข้าวเจ้า

"เนื่องจากปลอดภัยมากกว่าแป้งทัลคัม เพราะเป็นสารอินทรีย์ย่อยสลายได้ ไม่เกิดการสะสมในปอดหรือใต้ร่มผ้า ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และลดความเสี่ยงเกิดมะเร็งรังไข่"

รศ.ดร.ไสยวิชญ์ทิ้งท้ายต่อไป เวลาซื้อแป้งคงต้องพิถีพิถันในการเลือกซื้อมากขึ้น




ที่มา  ::    มติชนรายวัน ฉบับวันอังคารที่ 9 เมษายน 2556







แพทย์เผยภัยเงียบแป้งทาตัวเด็กเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้และมะเร็ง





คุณแม่ยุคก่อนนิยมใช้แป้งเด็กกับลูก ทั้งใช้เมื่ออาบน้ำเสร็จ เวลาลูกมีผดผื่น เปียกชื้น หรือประแป้งที่หน้าให้ดูน่ารัก แต่คุณแม่ยุคใหม่ปัจจุบันดูจะลดความสำคัญกับแป้งฝุ่นลงไป เพราะแพทย์ต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “แป้งทาตัวเด็กส่วนใหญ่ไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกวัย” เนื่องจากแป้งทาตัวเด็กที่นิยมใช้กันอยู่ทั่วไปผลิตจากแร่หินชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ทัลค์ (Talc) หรือเรียกว่า แป้งทัลคัม (Talcum Powder)ผลิตโดยการนำหินทัลคัมมาโม่ให้ละเอียด อบให้แห้ง ฆ่าเชื้อและแยกสิ่งแปลกปลอมออก

แม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัดว่าทัลคัมมีคุณสมบัติเหมือนแอสเบสตอส (Asbestos) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ไม่สามารถจัดจำพวกได้ก็ตาม แต่ภัยร้ายของทัลคัมคือ เมื่อสูดดมทัลคัมเข้าไปในปริมาณมาก อาจมีผลต่อร่างกาย เช่น ปอด เพราะอาจทำให้เกิดอาการไอ หายใจติดขัด ระบบทางเดินหายใจติดขัดอย่างรุนแรง อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของภูมิแพ้ เนื่องจากแป้งทัลคัมไม่สามารถย่อยสลายได้
 
อีกทั้ง นักวิทยาศาสตร์พบว่า ผู้หญิงที่ใช้แป้งกับอวัยวะเพศเพื่อลดการอับชื้น มีอัตราเสี่ยงจากการจะเป็นมะเร็งรังไข่เพิ่มขึ้น โดยอาจเป็นไปได้ที่แป้งสามารถหลงเข้าไปในร่างกายผ่านช่องคลอดมดลูกและท่อนำไข่เข้าไปสู่ช่องท้อง





รศ.ดร.ไสยวิชญ์ วรวินิต ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีแป้ง (Starch Technology) และนักเทคโนโลยีดีเด่นของมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2549 เผยข้อมูลเกี่ยวกับสารทัลคัมว่า แป้งฝุ่นโดยทั่วไปทำจากสารทัลคัม ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า Magnesium Silicate Hydroxide แม้ไม่อาจทำให้เกิดการตกค้างจากการใช้ผลิตภัณฑ์ในระยะเวลาสั้นก็ตาม แต่เนื่องจากหินแร่ทัลคัมไม่สามารถย่อยสลายเองได้ด้วยจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ หากสูดเข้าไปทีละเล็กละน้อยเป็นเวลานานๆ เกิดการสะสมในปอด โดยที่เซลส์บุผิวปอดจะดักจับแป้งไว้เป็นก้อน ทำให้มีปัญหากับการหายใจ ถ้าเป็นเด็กทารกก็อาจทำให้ปอดอักเสบ เกิดเป็นโรคเนื้องอกในปอด (Talcosis) และเสียชีวิตได้

“เนื่องจากความไม่ปลอดภัยในการใช้แป้ง “ทัลคัม” แพทย์ส่วนใหญ่โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้แป้งทาตัวเด็กที่มีส่วนผสมของทัลคัม และผู้ผลิตชั้นนำได้หันมาเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ อาทิ แป้งข้าวโพด เพื่อทดแทนแร่หินทัลค์ (Talc) และในปัจจุบันมีความนิยมใช้แป้งเด็กที่ทำมาจาก แป้งข้าวเจ้าบริสุทธิ์ (Rice Starch) กันมากขึ้น เนื่องจากมีความปลอดภัยมากกว่าแป้งทัลคัม เพราะเป็นสารอินทรีย์ ทำให้สามารถย่อยสลายได้โดยจุลินทรีย์ในธรรมชาติ ไม่เกิดการสะสมในปอดหรือใต้ร่มผ้า ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และลดความเสี่ยงจะก่อให้เกิดมะเร็งรังไข่ นอกจากนี้ ยังปกป้องลูกน้อยจากผื่นคัน เพราะมีคุณสมบัติป้องกันความเปียกชื้นและการดูดซับไขมันสูงกว่าทัลคัม”

เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ไทย ได้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์แป้งเด็กที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าบริสุทธิ์ได้สำเร็จ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ไรซ์แคร์” (ReisCare) ซึ่งมีเนื้อแป้งที่ขาวเนียน ละเอียดอ่อน ช่วยดูดซับความเปียกชื้น ที่สำคัญปราศจากส่วนผสมของแป้งทัลคัม เพราะผลิตจากแป้งข้าวเจ้าที่ผ่านกระบวนการผลิตและฆ่าเชื้อด้วยกรรมวิธีที่ทันสมัย จึงสะอาดปลอดภัย ไม่ระคายเคืองต่อผิวที่บอบบางของเด็ก ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และเนื่องจากแป้งชนิดนี้ทำจากข้าวซึ่งเป็นสารอินทรีย์ จึงทำให้สามารถย่อยสลายได้โดยจุลินทรีย์ในธรรมชาติของร่างกาย จึงปลอดภัยต่อผู้ใช้ จนได้รับรางวัล 1 ใน 10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรมแห่งชาติ ปี 2549

แป้งไรซ์แคร์มีจำหน่ายที่ โกลเด้นเพลส ท็อปส์ กูรเม่ต์มาร์เก็ต โฮมเฟรชมาร์ท เทสโก้ โลตัส เลมอนฟาร์ม เพรียว และ 7-แคตตาล็อก ทั่วประเทศ ขนาด 50 กรัม ราคา 39 บาท หรือขนาดแพ็ก 4 กระป๋อง ราคา 135 บาท ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไรซ์แคร์ได้ที่

https://www.facebook.com/ReisCareBabyPowder     และ www.reiscare.com








ที่มา ::    http://www.naewna.com/lady/48504